.

ห้องเสื้อ เอเลน่า ไมโร (Elena Miro) ของอิตาลี ได้ใช้นางแบบไซซ์บิ๊ก บนเวทีแฟชั่นที่เมืองมิลาน ซึ่งนับเป็นภาพหาดูยากบนแคตวอล์กระดับโลก!!!

.

.

จากข่าวรอยเตอร์เล่าว่า กว่าที่ห้องเสื้อเอเลน่า ไมโร จะได้ "คิว" ขึ้นโชว์ชุดบนเวทีมิลาน ก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมายาวนาน โดยห้องเสื้อแห่งนี้เป็นห้องเสื้อที่ผลิตเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงรูปร่างใหญ่โดยเฉพาะ โดยมีเสื้อผ้าไซซ์เล็กสุดอยู่ที่ไซซ์ 46 ซึ่งเทียบเท่ากับไซซ์ 12 ของอเมริกา(U.S. size 12 ) และไซซ์ 14 ของอังกฤษ

.

.

"เราถูกมองเป็นแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ แต่คุณรู้มั้ยว่านี่เรากำลังพูดถึงเสื้อผ้าที่มีกลุ่มผู้หญิงถึง 35% ในประเทศนี้ที่ใช้(อิตาลี) และมีถึง 50% ในสหรัฐอเมริกา" กุยเซ็ปเป้ ไมโรกลิโอ ผู้อำนวยการบริหารของห้องเสื้อเอเลนา ไมโร ซึ่งมีรายได้ต่อปี 150 ล้านยูโร หรือราว 7,350 ล้านบาท กล่าว

.

.

.

ในการประกาศตัวที่มิลาน เอเลน่า ไมโร ยังกล้านำเสนอชุดที่เน้นรูปร่าง เป็นการบอกให้ผู้หญิงไซซ์ใหญ่ไม่ต้องอาย เที่ยวใส่แต่เสื้อผ้า "ปิดก้น" ด้วยกลัวใครจะมอง จะล้อ!!!

.

.

.

"เสื้อผ้าของเขาเยี่ยมมาก นอกจะใส่พอดี ยังให้ความรู้สึกสบายตัวมากอีกด้วย" แอมเบอร์ เทรดกิลล์ นางแบบสาวอเมริกันวัย 21 เล่าก่อนจะบอกอย่างมีความหวังว่า "หลังจากนี้ ฉันก็หวังจะได้เห็นแฟชั่นเสื้อผ้าที่ทำขึ้นมาเพื่อผู้หญิงธรรมดา ทั่วไป มีมากขึ้น ไม่ใช่เน้นแต่เด็กสาวหุ่นผอมๆ เท่านั้น"
.
ที่มา:http://artsmen.net/ 

.

.

Manuel Uribe ชายผู้ลดน้ำหนักไปกว่า 450 กก. และจะลดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเป้าหมาย จากเดิมที่ครองตำแหน่งอ้วนที่สุดในโลกจากน้ำหนัก 597 กก. เมื่อปี 2006 ซึ่งเขาจะต้องเลือกระหว่างเป็นไอ้ขี้แพ้รอความตายจากโรคอ้วน หรือจะลุกขึ้นสู้ลดน้ำหนักเพื่อต่อชีวิตให้กับตัวเอง ล่าสุดเมื่อสิ้นปี 2008 เขาหนักแค่ 360 กก.

.

.

ปี 2003 David Smith หนักมากกว่า 285 กก. และตัดสินใจที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิต 6ปีต่อมาหลังจากนั้น เค้าลดไปได้กว่า 180 กก. และเข้ารับการศัลยกรรมผ่าเนื้อที่ยืดยานออกมาจากการลดความอ้วน

.

.

Rosalie Bradford ผู้หญิงคนนี้ถูกบันทึกลงกินเนสบุ๊คว่า เป็นหญิงที่ลดน้ำหนักได้มากที่สุดในโลก โดยเธอนั้นมีน้ำหนักถึง 543 กก. จนต้องอ้อยอิ่งอยู่บนเตียงถึงแปดปี ในที่สุดก็ได้รับความช่วยเหลือจากกูรูลดน้ำหนัก Richard Simmons จนเธอลดน้ำหนักเหลือแค่ 90 กก.!! แต่เป็นเรื่องที่น่าเศร้า เพราะเธอเสียชีวิตจากการผ่าตัดเนื้อที่ยานหลังจากลดความอ้วนในปี 2006 ซึ่งในขณะนั้น เธอมีอายุ 63 ปี

.

.

John Stone เคยเป็นนักกีฬามาก่อน แต่กลับกลายมาเป็นไอ้ขี้เหล้าเมาเบียร์ ส่งผลให้พุงพลุ้ย ในที่สุดเค้าก็ตัดสินใจลุกขึ้นปฏิวัติในปี 2003 เพื่อสร้างหุ่นแบบชายชาตรี

.

.

.

Rob Cooper เจ้าของน้ำหนัก 215 กก. ลดหุ่นด้วยการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และออกกำลังกายโดยการเดิน 20 นาทีทุกวัน 2ปีครึ่งต่อมา เค้าลดไปได้ถึง 136 กก.

.

.

.

เจ้าของสถิติอ้วนที่สุดในโลก เจ้าของน้ำหนัก 635 กก. คือ Jon Brower Minnoch ที่ชั่งไว้ปี 1978 หลังจากนั้นเขาก็ลองลดหุ่นดู โดยสามารถลดถึง 419 กก. ในเวลาแค่ 1 ปี4เดือน เฉลี่ยแล้วคือ ลดลง22กก.ต่อเดือน โดยจำกัดการทานอาหารไว้ที่ 1200 แคลอรี่ต่อวัน แต่น่าเสียดายที่ดันขี้เกียจซะก่อน น้ำหนักเลยขึ้นจากเดิมมาถึง 89 กก. ในเดือนตุลาคม ปี 1981 และเสียชีวิตในปี 1983 พร้อมกับน้ำหนัก 362 กก.

.

.

.

Michael Hebranko เคยหนักถึง 411 กก. แต่ได้ Richard Simmons มาช่วยเทรนเรื่องควบคุมอาหารและออกกำลังกาย จนลดไปได้ถึง 90กก. ในเวลาเพียง 1 ปี 7 เดือน แต่ 7 ปีหลังจากนั้น เขาก็กลับมาอุ้ยอ้ายเหมือนเดิมโดยหนักถึง 453 กก. และต้องเข้าโรงพยาบาล ในปี1999 เดือนมิถุนายน เขาหนักถึง 500 กก.

.

.

.

Steve Vaught ท้าทายตัวเองด้วยการเริ่มต้นเดิน 3,000ไมล์จากแคลิฟอร์เนีย ถึงแมนฮัตตัน ซึ่งเขาเริ่มวันที่ 10 เดือนเมษายน ปี 2005 จากที่หนัก 185 กก. เมื่อโดนสื่อและผู้คนจับตามองและคอยให้กำลังใจ ทำให้เขาลดน้ำหนักไปได้มากมาย
.
ที่มา: http://forwardmag.com/
..............................................................
ไปอ่านเรื่องนางแบบไซซ์บิ๊ก บนเวทีแฟชั่นระดับโลกได้ที่นี่ ^^

.

.

เจ้าเหมียวเพศผู้ "พาวเดอร์" หรือ แป้ง แมวตัวอ้วนหนัก 44 ปอนด์ถูกเจ้าหน้าที่องค์กรดูแลสัตว์จรจัดพบ ขณะที่เจ้าพาวเดอร์ กำลังเดินอุ้ยอ้ายอยู่ริมถนน! แมวตัวยักษ์มีขนเป็นมันยาวสีขาวแซมเหลือง แต่เดิมเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของหญิงสูงวัย ที่ต้องจำใจปล่อยเจ้าเหมียว เนื่องจากบ้านถูกธนาคารยึด
.

.

 "เจนนิเฟอร์ แอนเดิร์ช" หัวหน้าองค์กรฯ เผย "หลังจากรายการทีวีแห่งหนึ่ง ติดต่อให้เรานำ พาวเดอร์ ไปร่วมรายการ ทุกวันนี้มีเราได้รับโทรศัพท์จากผู้ใจบุญแจ้งความจำนงขอรับเลี้ยง พาวเดอร์ กันเป็นจำนวนมาก แต่เรากำลังพิจารณาความเหมาะสมอยู่"

.

.

จากสถิติของกินเนสส์ บุ๊ค ที่เคยบันทึกน้ำหนักแมวอ้วนที่สุดในโลก หนัก 46 ปอนด์กว่าๆ แต่เจ้าแมวตัวดังกล่าวตายจากเมื่อปี 1980 จนล่าสุด จากการสำรวจเทียบน้ำหนักแมวอ้วนชั้นแนวหน้า พบว่า พาวเดอร์ คือ "ที่สุดแห่งแมวอ้วน"
.

.

อย่างไรก็ตาม กินเนสส์ บุ๊ค ไม่ขอสนับสนุนให้เจ้าของแมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ขุนน้ำหนักให้อ้วนเพื่อลบสถิติ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง
.
ที่มา: Kapook.com

...........................................................

ไปอ่านเรื่องมหัศจรรย์ของคนลดน้ำหนักได้ที่นี่ ^^

http://rungka.blogspot.com/2010/06/blog-post_9994.html

 

edit @ 14 Jun 2010 11:52:18 by rungka